น้องณัฐไม่เขียนหนังสือ
ReadyPlanet.com
กำหนดการเรียนฝึกอบรม
การชำระค่าเรียนอบรม
การสั่งซื้อหนังสือ-ซีดี
ผู้เชี่ยวชาญการสั่งจิตฯบำบัด
bulletคำบอกเล่าจากผู้เข้าเรียนฝึกอบรม
bulletกรรมการบริหาร
dot
คณะอาจารย์วิทยากร
dot
bulletDr. Naret Luanpairin
bulletอ.ดร.วสิษฐ์ พรหมบุตร
bulletอ.ไกรณพงศ์ วิภพบวรวงศ์
bulletอ.ดร. มนตรี ธีรธรรมพิพัฒน์
bulletดร.พิมพ์ปวีณ์ วัฒนาทรงยศ
bulletอ.นัญนิภาณัฐ จีรานุโกศล
bulletอ.สุวัชชัย แก้วทรัพย์ศักดิ์
bulletอ.ธรรมราช วงค์สุยะ
bulletอ.จักรกฤษณ์ ศักดิ์สุวรรณ
bulletอ.ทวิช พันธุสุขเจริญ
dot
หลักสูตรการฝึกอบรม
dot
bulletหลักสูตรพลังจิตใต้สำนึกชั้นต้น
bulletหลักสูตรพลังจิตใต้สำนึกชั้นกลาง
bulletหลักสูตรพลังจิตใต้สำนึกชั้นสูง
bulletหลักสูตร NLP ชั้นต้น
bulletหลักสูตร NLP ชั้นกลาง
bulletหลักสูตร NLP ชั้นสูง
bulletหลักสูตรพลังจิตใต้สำนึกเยาวชน
dot
บทความและอื่นๆ
dot
bulletบทเรียนแง่คิดสำหรับส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
bulletTestimonial - เกียรติบัตร
bulletแผนที่ สถานที่จัดการฝึกอบรม
bulletร่วมประชุม World Forum Federation 2012 London
bulletรวมภาพการบรรยายและอบรม
bulletความแตกต่างของคอร์สNLPและคอร์สพลังจิตใต้สำนึก
bulletจรรยาบรรณ นักสั่งจิตบำบัด
bulletพลังที่มีอำนาจมากที่สุดในจักรวาล
bulletภาพในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์ทางจิตนานาชาติ
bulletสมองซีกซ้ายและซีกขวา
bulletคอร์สอบรมพลังจิตใต้สำนึกชั้นต้น
bulletคอร์สอบรม NLP ชั้นต้น
bulletคอร์สพลังจิตใต้สำนึกเยาวชน
bulletWhat you will achieve-สิ่งที่ท่านจะประสบความสำเร็จ
bulletประโยชน์ที่ได้รับจากการฝึกอบรม
bulletเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับ " การสะกดจิต "
bulletสั่งจิตแก้ปัญหา 100 เรื่อง
bulletบทสวดพระพุทธคุณ
bulletการสำรวจตรวจสอบการดำเนินชีวิตส่วนตัว
bullet15เรื่องที่สูญเสียเวลาและพลังงานชีวิต
bulletการสั่งจิตด้วยวิธี NLP
bulletโปรแกรมจิตใต้สำนึกสู่ความสำเร็จ
bulletพลังอำนาจแห่งจินตนาการ
bulletสั่งจิตเพื่อชีวิตที่ดีกว่า
bulletความสำคัญของการหายใจกับการสั่งจิตบำบัด
bulletน้องณัฐไม่เขียนหนังสือ
bulletความสัมพันธ์ของจิตสำนึกและจิตใต้สำนึก
bulletนิยามของจิต
bulletสั่งจิต-ศาสตร์ลึกลับ
bulletบำบัดมะเร็งด้วยศาสตร์องค์รวม
bulletกุญแจสู่ความสำเร็จ
bulletคิดเช่นไรชีวิตก็เป็นเช่นนั้น
bulletพลังจิตอำนาจแม่เหล็ก
bulletสั่งจิตฯ สู่นิพพาน
bulletบทสวดอธิษฐานจิต อโหสิกรรม
bulletTHE TOP SECRET : สุดยอดความลับของจักรวาล
bulletความลับพลังสมอง
bulletNLPความหมายและประโยชน์
dot
Newsletter

dot
dot
Helpful & Useful Links
dot
bulletโรงเรียนของหนู
bulletมูลนิธิเด็ก
bulletมูลนิธิช่วยเด็กยากจน
bulletสถาบันวิทยาศาสตร์ทางจิต
bulletชมรมจิตวิทยาสมาธิ
bulletมูลนิธิเด็กกำพร้าบ้านโสสะ
bulletมูลนิธิกองทุนการศึกษาเพื่อการพัฒนา(EDF)
bulletมูลนิธิเด็กโสสะ
bulletมูลนิธิบ้านนกขมิ้น
bulletสงเคราะห์เด็กบ้านมหาเมฆ
bulletมูลนิธิดวงประทีป
bulletบริจาคช่วยเหลือผู้ลี้ภัย
bulletชุมชนการให้เพื่อคนไทย
bulletสมาคมเหลี่ยมสิริมาร์ฮิลล์
bulletวัดพระบาทน้ำพุ
bulletมูลนิธิชัยพฤกษ์-ช่วยเหลือเด็ก
bulletimdha.com
bulletiact.org
bulletinfinityinst.com
bulletcaliforniainstitute.net


เพิ่มเพื่อน

ตรวจสถานะสิ่งของส่งไปรษณีย์

ประกันภัยรถยนต์



น้องณัฐไม่เขียนหนังสือ

น้องณัฐไม่เขียนหนังสือ
สั่งจิตบำบัด….ขจัดความฝังใจความคิดด้านลบ

 

“คุณครูบอกว่าณัฐโง่! ณัฐไม่เขียนหนังสือ ณัฐโง่!”

 

     วันหนึ่งเมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้ว ในวงล้อมที่ครอบครัว “นทีสวัสดิ์” นั่งคุยกันอยู่ จู่ๆ น้องณัฐลูกชายคนโตของครอบครัวนี้ก็ร้องไห้โฮขึ้นมาอย่างสุดกลั้น เมื่อคุณแม่ถามด้วยอารามตกใจว่าร้องไห้ทำไม น้องณัฐก็ตอบคำถามด้วยคำกล่าวข้างต้นปนสะอื้น
     ในปีนั้น น้อง “ณัฐ” หรือณัฐพล บุตรชายคนโตของสกลทร และคุณสาโรช นทีสวัสดิ์ มีอายุประมาณ 7 ขวบ เด็กชายกำลังเรียนอยู่ชั้น ป.1 แต่เป็นการเรียนในช่วงท้าย กำลังจะสอบไล่ปลายปีอยู่แล้ว
     “คือสมัยที่เขาเล็กๆ เรียนโรงเรียนแถวนี้ โรงเรียนก็โอเค ทีนี้บังเอิญว่า พอเขาขึ้น ป.1 ที่กำลังจะเริ่มเขียน ครูที่เป็นครูสอนภาษาไทยซึ่งเป็นครูใหม่เข้ามา แล้วตอนเปิดทอมใหม่ๆ เขาเรียนไปแล้วไปเจอครูว่า แต่ไม่บอกคุณแม่เก็บมาประมาณ 1 ปี ตอนนั้นกำลังจะสอบไล่แล้ว น้องณัฐก็ร้องไห้ อยู่ๆ ก็ร้องไห้โฮขึ้นมา”
     ด้วยความที่ทั้งคุณพ่อคุณแม่ หรือ “คุณต้อม” เป็นคนที่เอาใจใส่ลูกมากจึงค่อนข้างตกใจว่าเหตุใดครูจึงกล่าวเช่นนั้น? คุณต้อมจึงไปคุยกับคุณครูที่โรงเรียน คุณครูประจำชั้น ป.1 ของน้องณัฐ กล่าวว่าเพิ่งทราบเรื่อง และจะไปคุยกับครูสอนภาษาไทยผู้นี้ให้ รวมทั้งยังกล่าวอีกว่าคุณครูผู้นี้เพิ่งเข้ามาใหม่ คงยังไม่ทราบว่าโรงเรียนเน้นให้เด็กมีอีคิวมากกว่า (E.Q คือการเน้นเรื่องให้เด็กอยู่ร่วมกับผู้คนที่แวดล้อมได้อย่างมีความสุข สมานฉันท์ มากกว่าเน้นให้เด็กเก่งและมีไอคิวสูง โดดเด่นขึ้นมาแต่เพียงอย่างเดียว-ผู้เขียน)
     ทางโรงเรียนจึงได้คุยปรับความเข้าใจในเรื่องแนวทางของการเรียนการสอนของคุณครูภาษาไทยผู้นี้ใหม่ ซึ่งคุณครูก็รู้สึกผิดเช่นนั้นและตลอดสาม-สี่ ปีหลังเกิดเหตุการณ์ คุณครูก็พยายามจะเข้าหาน้องณัฐ การมาพูดคุยด้วยและการปลอบประโลมโดยตลอด แต่เหตุการณ์ต่างๆ ดูจะสายไปเสียแล้ว เพราะน้องณัฐได้ฝังความสะเทือนใจนี้ไว้กับตนเองถึงเกือบหนึ่งปี จึงยากที่จะถ่ายถอนได้ง่าย
     ปกติในการเรียนชั้นอนุบาลถึงชั้นประถมศึกษาตอนต้นเช่น ป.1 ป.2 เด็กๆ จะยังเขียนหนังสือไม่ค่อยคล่อง เพราะเป็นช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้ระยะเริ่มต้น เมื่อน้องณัฐ ถูกคุณครูดุในตอนขึ้น ป.1 ใหม่ๆ แต่หลังจากนั้น ความฝังใจนี้ก็ทำให้น้องณัฐแทบจะไม่เขียนหนังสืออีกเลยในปีต่อๆ มา
     “เมื่อย” น้องณัฐตอบสั้นๆ เมื่อถามว่าทำไมในช่วงนั้นจึงแทบจะไม่เขียนหนังสือ
     ส่วนคุณต้อมกล่าวว่า “ก็ไม่ทราบเหมือนกัน ไม่รู้ว่าเมื่อยหรืออะไร แต่จะตอบแค่ว่าเมื่อย พอเริ่มได้สองคำก็เริ่มเมื่อยแล้ว…แล้วมือแข็งด้วยนะคะ มือเขาก็แข็งแรง ดึงกับแม่ทีโอ้โฮแบบ กีฬาก็เล่น น้องณัฐเล่นกีฬาได้เหรียญเงินว่ายน้ำด้วย”
     นับจากนั้นมานับจาก ป.1-ป.5 เทอมแรก น้องณัฐเขียนหนังสือในแต่ละวิชาเพียง 2-3 บรรทัด เท่านั้น แม้ในบางวิชาที่ให้เขียนโดยลอกข้อความ น้องณัฐก็เขียนน้อยอยู่ดี จะมีก็วิชาคณิตศาสตร์ที่ค่อนข้างชอบ ซึ่งอาจจะเขียนมากกว่าวิชาอื่นนิดหน่อย แต่โดยสรุปก็คือตลอด 4 ปีครึ่งแห่งการเรียนหนังสือ สมุดของน้องณัฐไม่เคยเขียนหมดแม้แต่เล่มเดียว
     ในระหว่างการเรียน ป.1 ภึง ป.4 การไม่เขียนหนังสือของน้องณัฐก็ทำให้ถูกลงโทษอยู่บ้าง แต่เนื่องจากยังเป็นชั้นเด็กเล็ก ถึงเวลาสอบก็เป็นข้อสอบปรนัยการตอบก็คือ กาผิด กาถูก ทำให้เรียนผ่านไปได้อย่างไม่มีปัญหานัก
     แต่เมื่อขึ้นชั้นเรียน ป.5 ซึ่งเป็นชั้นเรียนของเด็กประถมปลาย และต้องตอบคำถามด้วยการเขียนมากขึ้น ปัญหาการไม่ยอมเขียนหนังสือก็เริ่มส่งผลกระทบต่อการเรียน ในการเรียนชั้น ป.5 นี้น้องณัฐได้ย้ายโรงเรียนถึง 4 แห่ง จากโรงเรียนเดิมไปยังโรงเรียนสอนภาษาแห่งหนึ่ง แล้วย้ายไปยังโรงเรียนนานาชาติอีกแห่งหนึ่ง และสุดท้ายก็มาอยู่ที่โรงเรียนนานาชาติกีรพัฒน์ เนื่องเพราะเมื่อมีการประเมินผลที่เป็นการสอบข้อเขียน น้องณัฐแม้จะตอบได้ แต่ก็ไม่เขียน ทำให้ผลการประเมินการเรียนของน้องณัฐออกมาไม่ดี
     ในระหว่างที่มีปัญหาเรื่องการเขียนในชั้น ป.5 คุณพ่อคุณแม่เริ่มวิตกกังวลกับปัญหานี้ และคิดว่าอาจจะต้องพาน้องณัฐไปพบจิตแพทย์
     “ตอนแรกก็คิดนะคะ แล้วก็คุยกับแฟน เราก็คิดว่าเราต้องไปหาหมอจิตเวชหรือเปล่า เอ๊ เราคิดว่าเขามีปัญหาพวกนั้นมั้ย? เราก็กลับมานั่งดูงานเขา ในเรื่องวางตัวต่อ เรื่องของโลจิ๊ก เกมกล พวกมายากล หรือความจำ เขารู้หมด อ่านได้ทำอะไรได้ ติดเรื่องเดียวคือเรื่องเขียนแล้วถ้าถามว่าณัฐรู้มั้ย ณัฐบอกรู้ ตอบได้ แต่ไม่เขียน เราก็บอกไม่ใช่ละ ก็เลยย้อนหลังกลับไป มันน่าจะเป็นเรื่องเดิมนี่แหละ”
     จนกระทั่งคุณต้อมได้มีโอกาสไปร่วมงาน “วิทยาศาสตร์ทางจิต” ครั้งที่ 3
เมื่อ 4-5 ปีก่อน เธอเดินท่องดูจนทั่วงานจนมาพบกับบูธของอาจารย์บุญเลิศ สายสนิท ผู้เชี่ยวชาญการสั่งจิตบำบัดทางการแพทย์และทันตกรรมนานาชาติ
ซึ่งเป็นสามชิกดีเด่นของสมาคม IMDHA USA อาจารย์ได้แจกเอกสารอันประกอบด้วยแนวทางในการบำบัดโรคต่างๆ โดยใช้วิธีสั่งจิตใต้สำนึกให้เธอฟัง คุณต้อมมีความสนใจมาก เพราะเห็นว่าอาจารย์ได้รับความรับรองจากอเมริกา จึงเก็บเอกสารไว้
     “ก็เลยคิดว่าน่าจะไปหาอาจารย์คนนี้มากกว่า คิดว่าไปสัก 3-4 หนให้อาจารย์ลองดูถ้าเขามีพัฒนาการดี เราก็ไปทางนี้ ถ้าไม่ดีเราก็จะไปปรึกษาจิตแพทย์…พอวันนั้นนึกได้ ก็เลยไปเอาเอกสารมา แล้วก็ลองโทรฯ คุยกับอาจารย์ดู อาจารย์ก็บอกให้ลองดู   

   

“อาจารย์ก็จะถามก่อน แล้วบอกว่าอยากเป็นนักวิยาศาสตร์ ถ้าเราไม่เขียนออกมา ก็จะไม่ได้สื่ออกไปให้คนข้างนอกไม่ได้สื่อความคิดของเราออกมาเป็นตัวหนังสือ ตอนสั่งจิตอาจารย์ก็จะบอกเขาไป” คุณต้อมกล่าว
     ครั้งที่ 3 น้องณัฐไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนไกลนัก อาจารย์บุญเลิศกล่าวว่าสั่งจิตไปทั้งหมด 3 ครั้ง น่าจะเพียงพอแล้ว เพราะจิตของน้องณัฐรู้เร็ว พอมีการสั่งจิตก็รับเลย สั่งให้ทำอะไรก็ทำ สั่งให้หลับก็หลับ สั่งให้ตืนก็ตื่น อย่างไรก็ตาม อาจารย์บุญเลิศเน้นว่านอกเหนือจากการสั่งจิตบำบัดแล้ว ทางผู้ปกครองและโรงเรียนต้องช่วยด้วย
      อาจารย์บุญเลิศเริ่มสั่งจิตให้น้องณัฐในช่วงปลายกันยายนถึงตุลาคม ในปี 2548 ขณะนั้นน้องณัฐเรียนอยู่โรงเรียน นานาชาติแห่งแรก แต่โรงเรียนดังกล่าวอยู่ไกลบ้านที่ปากเกร็ดและมีปัญหาบางอย่าง คุณต้องจึงลองไปคุยกับคุณครูที่โรงเรียนนานาชาติกีรพัฒน์ ถนนรามอินทรา และเล่าปัญหาเรื่องการไม่เขียนหนังสือของน้องณัฐให้ฟัง คุณครูที่นั่นยินดีรับน้องณัฐเข้าเรียน และรับปากว่าจะดูแลน้องณัฐเป็นอย่างดี
     “เคยไปคุยกับคุณครูประจำชั้นเขามา 2 คน ครูชื่อ มิสเตอร์ จอห์น ขนาดเราถามมิสเตอร์ จอห์นว่าลุกมีปัญหาหรือเปล่า? มิสเตอร์จอห์นบอกไม่มี ยูอย่าพูดว่าลูกยูมีปัญหาด็กไม่เคยมีปัญหาเลย คนทีปัญหาคือผู้ใหญ่ ยูอย่าจัด จ์ (judge) เด็กด้วยวิธีนี้ เพราะเด็กอายุเท่านี้เอง คุณครูมีทัศนคติดีมากๆ เลย และเน้นเรื่องอีคิวด้วย”
     หลังจากไปบำบัดทางจิตกับอาจารย์บุญเลิศ น้องณัฐมีอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพียงบำบัดไปสองครั้ง เด็กชายก็เขียนหนังสือได้เต็มหน้า และหลังจากย้ายมาอยู่โรงเรียนใหม่ ด้วยท่าทีที่ดีของคุณครู การเขียนของน้องณัฐก็พัฒนาขึ้นอย่างเป็นที่น่าพอใจ
     “อาการดีขึ้นเยอะเลย...สมุดวิชาภาษาไทยหมดไปเล่มหนึ่งแล้ว เรียนมา 5 ปีไม่เคยหมดเลย เต็มที่ก็อย่างที่เห็น 2-3 หน้า...การเขียนภาษาอังกฤษอาจจะยังมองไม่เห็น แต่ภาษาไทยนี่จะเห็นชัด แต่ตอนนี้ภาษาอังกฤษก็เต็มหน้าหมดเหมือนกัน”
     คุณต้อมเล่าว่าหลังจากนั้น คุณต้อมก็ไปอบรมการพัฒนาพลังจิตใต้สำนึกเพื่อมาช่วยเหลือน้องรัฐอีกทางหนึ่งด้วย และจากการอบรมครั้งนั้นก็ได้มีการตั้งชมรมพัฒนาพลังจิตใต้สำนึกขึ้นมา โดยมีคุณต้อมเป็นประธานชมรมฯ มีสมาชิกอยู่ประมาณ 30 กว่าคน และพบปะกัน 3 เดือนต่อครั้ง
     คุณต้อมได้นำผลของการอบรมมาช่วยสั่งจิตน้องณัฐอยู่ระยะหนึ่ง
     “เวลาที่ลูกจะนอนก็ให้บอกว่าเขาเก่ง ความจำดี ฉลาดนะ กล้ามเนื้อแข็งแรง เราก็บอกเขาไป หลังๆ นี่ถ้าไม่มีเวลาจะใช้ซีดีของอาจารย์อย่างเดียว พอเขาจะเริ่มนอนเราก็จะเปิดซีดีของอาจารย์ให้ฟังจะสั่งเหมือนอาจารย์สั่งเอง สั่งจิตให้เขาหายใจผ่อนคลาย เขาก็จะหย่อนคลายให้ และก็สั่งให้เขาหลับ แล้วก็สั่งจิตใต้สำนึกเขาขึ้นมารับรู้การสั่งจิตของอาจาย์”
   
 ขณะนี้ ปัญหาเรื่องการไม่เขียนหนังสือของน้องณัฐได้ผ่อนพ้นไปแล้ว หลังจากสมุดวิชาภาษาไทยหมดไป 1 เล่ม คุณครูก็ให้เด็กทุกคนในห้องเรียนเขียนบันทึกประจำวัน (ไดอารี่) มาส่งทุกวันพฤหัสฯ และลอกข่าว 1 ข่าว มาส่งทุกวันจันทร์ น้องณัฐก็สามารถทำตามคำสั่งของครูได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันนี้น้องณัฐรักการเขียนหนังสือแล้วครับ  

บัดนี้ ...‘น้อง ณัฐ’
ขะมักเขม้นกับการเขียน
หนังสืออย่างเอาจริงเอาจัง
ผิดจากกาลครั้งก่อน